ถ้าพูดถึงปัญหามลภาวะทางอากาศ ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 นับว่าเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่หลายคนรู้จัก เพราะคนไทยต้องเผชิญกับฝุ่นจิ๋วชนิดนี้แทบทุกปี โดยเฉพาะช่วงต้นปีจะมีค่าฝุ่นพุ่งสูงมากจนติดอันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีทั้งมาตรการและนโยบายควบคุมหลายด้าน แต่ปัญหาฝุ่นละอองกลับยังไม่หายไป แล้วยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วประเทศอยู่เป็นประจำ บทความนี้ได้รวบรวมสาเหตุของปัญหา PM 2.5 พร้อมเหตุผลว่าทำไมเราถึงจัดการกับปัญหานี้ไม่ได้สักที มาหาคำตอบกันในบทความได้เลย

สาเหตุหลักของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทย
สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5 มี ส่วนใหญ่มีต้นเหตุสำคัญจากการเผาป่าในพื้นที่เกษตรกรรม ฝุ่นควันจากการคมนาคม และฝุ่นจากอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินและอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ส่วนของภาคเหนือก็มักมีการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน เมื่อบวกกับการปล่อยควันจากยานพาหนะเก่าและเครื่องยนต์ดีเซล การปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด จึงทำให้ปัญหาฝุ่นสะสมในอากาศมากขึ้น
ทำไมปัญหานี้ยังไม่หมดไป
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างเด็ดขาด คือการขาดความต่อเนื่องของนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็งเพียงพอ แม้ว่าจะมีแผนปฏิบัติการระดับชาติ แต่หลายมาตรการยังเป็นเพียงแนวทางชั่วคราวที่มักถูกนำมาใช้เฉพาะช่วงค่าฝุ่นสูง
อีกปัญหาหนึ่งคือการขาดระบบติดตามและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ การตรวจค่าฝุ่นอย่างโปร่งใส และการลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดการประสานงานร่วมกัน ส่งผลให้มาตรการต่างๆ ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติเท่าที่ควร
มลพิษข้ามพรมแดน ปัญหาที่ไทยควบคุมไม่ได้
ฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมภาคเหนือของไทยในหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาไหม้ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนเมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งเป็นปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ประเทศไทยไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง แม้จะมีความร่วมมือระดับภูมิภาคในกรอบอาเซียน แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถลดการเผาในพื้นที่เหล่านั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ
ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากๆ สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและแทรกซึมถึงถุงลมในปอด ส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด หัวใจขาดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว สำหรับด้านเศรษฐกิจ ปัญหาฝุ่นนี้ยังส่งผลต่อการท่องเที่ยว การทำงานกลางแจ้ง และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
แนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5
เพื่อให้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ควรมีการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการใช้พลังงานของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะและยานยนต์พลังงานสะอาดเพื่อลดการปล่อยมลพิษ
ภาครัฐควรมีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศที่เข้าถึงได้ง่ายและแม่นยำ พร้อมให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์และปรับตัวได้ทัน นอกจากนี้ การให้ความรู้และสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการลดฝุ่นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน
แม้การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 จะไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป ก็จะช่วยลดผลกระทบและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้นในอนาคต